จะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นคนผิวประเภทไหน ? วิธีสังเกตผิวมัน ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย และผิวผสม

blog

เชื่อว่าคำถามง่าย ๆ อย่าง “คุณมีผิวประเภทไหน” เป็นสิ่งที่หลายคนไม่แน่ใจ เพราะบางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองผิวมัน บางวันก็ผิวแห้ง ยิ่งผิวผสม หรือผิวแพ้ง่าย ยิ่งแยกยาก แต่จริง ๆ มีวิธีสังเกตและแยกความแตกต่างได้ไม่ยาก ที่สำคัญการรู้จักประเภทผิวของตัวเองช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม เพราะแต่ละสภาพผิวมีความต้องการแตกต่างกัน หากดูแลผิดวิธีอาจทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้

“ผิวแพ้ง่าย” เลือกผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิวแบบเข้มข้นอย่างไร ?

blog

“ผิวแพ้ง่าย” เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นอาการผื่นแดง แสบ คัน หรือระคายเคืองง่ายเมื่อต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง สารเคมีในผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งการขัดถูผิวมากเกินไป ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิวแบบเข้มข้นสำหรับผิวแพ้ง่ายจึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษเพื่อช่วยบรรเทาและเสริมความแข็งแรงให้กับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. เลือกสูตร Hypoallergenic (ไม่แพ้) หรือ Scienceuticals

ผลิตภัณฑ์ Hypoallergenic (ไม่แพ้) หรือ Scienceuticals ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองสำหรับผู้ที่มีโอกาสผิวแพ้ง่าย รวมไปถึงไม่มีสิ่งเร้าที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน เพราะสารสกัดเหล่านี้ผิวระคายเคืองได้ โดยเฉพาะในคนที่มีผิวแพ้ง่าย

2. ส่วนผสมที่มั่นใจว่าให้ผลลัพธ์ได้ดี

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมกับสภาพผิวและช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างครอบคลุมและตรงจุและไม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซ้ำซ้อนกัน

3. เนื้อสัมผัสที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายต้องบางเบาเท่านั้น จริง ๆ แล้วควรเลือกตามสภาพผิวพื้นฐานของตัวเอง เช่น คนที่ผิวแพ้ง่ายและมีผิวแห้งถึงแห้งมาก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิว และคงความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมที่เข้มข้น หรือคนที่ผิวแพ้ง่ายที่ผิวมีปัญหาสิว ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ที่ดูแลปัญหาสิว หรือยารักษาสิวร่วมด้วย

แม้การสังเกตว่าผลิตภัณฑ์มีคำว่า Hypoallergenic (ไม่แพ้) หรือ Scienceuticals แล้ว การทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานจริงก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

Patch Test: ทาผลิตภัณฑ์เล็กน้อยบริเวณหลังใบหูหรือท้องแขน รอ 24 ชั่วโมง หากไม่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองจึงค่อยนำมาใช้กับใบหน้า

เริ่มใช้งานในปริมาณน้อย: ทดลองใช้ทีละน้อยก่อนที่จะเพิ่มปริมาณ

ดูแลผิวเด็กเพื่อป้องกันผื่น

blog

“ลูกเป็นผื่นแดงบ่อย ๆ ไม่รู้เป็นอะไร”

เชื่อว่าอาการผดผื่น แดง ของลูกน้อย สร้างความกังวลให้กับพ่อแม่ไม่น้อยเลย แต่อาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ  คือ “ความไม่ปกติ”
และคือสิ่งที่พ่อแม่ต้องพยายามแก้ปัญหาก่อนที่จะลุกลาม

อาการคันในเด็กเกิดจากอะไรได้บ้าง?

  • โครงสร้างผิวหนังของเด็กเล็กยังทำงานไม่เต็มที่ เนื่องจากอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ทำให้ผิวหนังของเด็กบางกว่าผู้ใหญ่ถึง 20-30 %
  • กลไกการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกรวมถึงการป้องกันสิ่งแปลกปลอมจึงยังไม่สามารถทำงานได้ดี
  • ต่อมไขมันน้อยกว่า ทำให้การผลิตน้ำมันและเหงื่อน้อย ซึ่งเป็นสารช่วยให้ความชุ่มชื้นผิว ผิวเด็กจึงมีโอกาสที่จะระคายเคืองง่ายด้วย
  • ผิวหนังดูดซึมได้ดีกว่าวัยผู้ใหญ่  ทำให้ผิวหนังของเด็กสามารถดูดซับสารต่าง ๆ ได้ดี หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารที่เข้มข้น ก็อาจจะส่งผลต่อการระคายเคืองของผิวเด็กได้

ผื่นในเด็กมีกี่แบบ?

  • ภูมิแพ้ผิวหนัง  เกิดจากการแพ้สารบางอย่าง เช่น น้ำยาซักผ้า โลชั่น หรืออาหารบางชนิด
  • การระคายเคือง ผิวหนังของเด็กเล็กไวต่อการสัมผัสกับสิ่งสกปรกหรือสารเคมี
  • ผดร้อน  มักเกิดในสภาพอากาศร้อนชื้น
  • การติดเชื้อ  เชื้อราหรือแบคทีเรียอาจทำให้เกิดผื่นแดงและอาการคัน
  • โรคเฉพาะทาง  เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ (Eczema) หรือโรคผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis)

วิธีดูแลผิวผู้สูงอายุป้องกันการคัน

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
    พ่อแม่ควรพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของลูก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผดผื่นคัน สามารถมองหาคำว่า Hypoallergenic (ไม่แพ้) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และลดความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นผดผื่นได้
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
    พ่อแม่ควรพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของลูก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผดผื่นคัน สามารถมองหาคำว่า Hypoallergenic (ไม่แพ้) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และลดความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นผดผื่นได้
  3. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผู้เชี่ยวชาญเด็กแนะนำ
    เนื่องจากผิวของเด็กบอบบาง และระคายเคืองง่ายกว่าวัยผู้ใหญ่มาก ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ และควรผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์ผิวหนังเด็ก
  4. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน
    แม้ผิวหนังของเด็กจะดูดซับความชุ่มชื้นได้ดีกว่าผิวหนังผู้ใหญ่ แต่ก็สามารถเผชิญกับปัญหาผิวแห้ง ลอก เป็นขุยได้เช่นกัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้น และอ่อนโยน
  5. ดูแลเรื่องความสะอาด
    การทำความสะอาดผิวหนังให้เด็กต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ทำให้แสบผิว แสบตา หรือระคายเคือง นอกจากนี้การดูแลเรื่องเสื้อผ้า ของใช้ต่าง ๆ ก็ควรทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนเช่นเดียวกัน

ลูกเป็นผื่นแดงบ่อยอย่ามองข้าม
หากลูกเป็นผื่นแดงบ่อยพ่อแม่ควรหมั่นสังเกตว่าผื่นนั้นมีลักษณะอย่างไร เพราะนอกจากจะเสี่ยงเป็นโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังแล้ว ลูกอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ในเด็ก ที่มีปัจจัยในการเกิดที่หลากหลาย ควรให้ลูกพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ถูกต้อง เพื่อการป้องกันอย่างถูกวิธีจะดีที่สุด